Tag: พรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์ลีกพรีวิว 2018/19 สเปอร์ส VS เวสต์แฮม

พรีเมียร์ลีกพรีวิว 2018/19 สเปอร์ส VS เวสต์แฮม

   พรีเมียร์ลีกพรีวิว ไก่เดือยทอง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เปิดบ้านต้อนรับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่สนาม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม ในวันเสาร์ที่ 27 เมษายน 2019  เวลา 18:30 น. ตามเวลาประเทศไทย

สถิติการพบกัน 5 ครั้งหลังสุดของทั้งสองทีม

01/11/2018 เวสต์แฮม 1-3 สเปอร์ส

20/10/2018 เวสต์แฮม 0-1 สเปอร์ส

05/01/2018 สเปอร์ส 1-1 เวสต์แฮม

26/10/2017 สเปอร์ส 2-3 เวสต์แฮม

23/09/2017 เวสต์แฮม 2-3 สเปอร์ส

พรีเมียร์ลีกพรีวิว สเปอร์ส VS เวสต์แฮม

ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

   สเปอร์ส มีสถิติที่ยอดเยี่ยมในการเล่นในบ้าน โดยใน 4 นัดหลังสุดเกมเหย้า พวกเขาเป็นฝ่ายเก็บชัยมาได้ทั้งหมดแบบไม่เสียแม้แต่ประตูเดียว เกมล่าสุดเพิ่งจะเปิดบ้านเฉือนชนะ ไบรท์ตัน มา 1-0 ยึดอันดับ 3 บนตาราง พรีเมียร์ลีก ได้อย่างเหนียวแน่น

   สภาพความพร้อมของทีมเกมนี้ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ต้องปวดหัวพอสมควรเมื่อตัวหลักอย่าง แชร์จ ออริเยร์, แฮร์รี่ วิงก์ และ แฮร์รี่ เคน ยังคงบาดเจ็บไม่พร้อมลงสนามอย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังต้องลุ้นให้ เดเล่ อัลลี่ และ แดนนี่ โรส หายจากอาการบาดเจ็บทันลงสนาม คาดว่าแดนหน้าน่าจะ ซอง เฮือง มิน, ลูคัส มูร่า และ เฟอร์นานโด ยอเรนเต้ ลงทำเกม

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริง : อูโก้ โยริส, ไคล์ วอล์กเกอร์ ปีเตอร์, โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, แยน แฟร์ต็องเก้น, เบน เดวิส, วิคเตอร์ วานยาม่า, เดเล่ อัลลี, อิริค ไดเออร์, ซอง เฮือง มิน, ลูคัส มูร่า, เฟอร์นานโด ยอเรนเต้

เวสต์แฮม ยูไนเต็ด

   ส่วนทางด้าน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ไม่ชนะมา 4 เกมติดต่อกันแล้ว ล่าสุดเพิ่งจะเสมอกับ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-2 ทั้งๆที่เกือบจะเก็บชัยชนะได้อยู่แล้วแต่ดันมาโดนยิงตีเสมอได้ในช่วงทดเจ็บ อดเก็บ 3 แต้มไปอย่างน่าเสียดาย

   แต่ไม่ว่าอย่างไรสำหรับ ขุนค้อน นั้นพวกเขาการันตีการเล่นใน พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลหน้าแน่นอนแล้ว จึงไม่มีอะไรต้องกังวลอีก และก็ไม่มีลุ้นตำแหน่งใดๆอีกเช่นกัน

   ความพร้อมของทีมขาด อันเดรย์ ยาโมเลนโก้, แอนดี้ แคร์โรลล์, วินสตัน รีด และ ซามีร์ นาสรี่ ในขณะที่ แอรอน เครสเวลล์, ฮาเวียร์ ‘ชิชาริโต้’ เฮอร์นานเดซ, มิเกล ลันซินี่ และ คาร์ลอส ซานเชซ ต้องรอเช็คสภาพร่างกายอีกครั้งว่าจะสามารถลงสนามได้หรือไม่

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริง : ลูคัสซ์ ฟาเบียนสกี้, ปาโบล ซาบาเลต้า, แองเจโล อ็อคบอนน่า, ฟาเบียน บัลบูเอน่า, อาเธอร์ มาซูอากู, มาร์ค โนเบิ้ล, โรเบิร์ต สน็อดกราสส์, ดีแคลน ไรซ์, เฟลิเป้ แอนเดอร์สัน, มาร์โก้ อาร์เนาโตวิช, มิคาอิล อันโตนิโอ

 

เละเป็นโจ๊ก สิงห์ไฮโซ เชลซี โดน บอร์นมัธ ยำเละ 4-0

เละเป็นโจ๊ก สิงห์ไฮโซ เชลซี โดน บอร์นมัธ ยำเละ 4-0

   เละเป็นโจ๊ก สิงห์ไฮโซ เชลซี ที่ประเดิม กอนซาโล่ อิกวาอิน เป็นเกมแรกใน พรีเมียร์ลีก แต่แทบจะไม่ได้สัมผัสบอลเลยด้วยซ้ำส่วน เมาริซิโอ ซาร์รี่ ก็ยังคงยึดหลักการเปลี่ยนตามตำแหน่งเหมือนเดิมทำให้แฟนบอลเริ่มเอือมระอากันเป็นแถว เกมนี้เลยโดน บอร์นมัธ จัดหนักไป 4-0 ทำให้ เชลซี ถูก อาร์เซน่อล แซง หล่นมาอยู่ที่ 5 บนตาราง

เละเป็นโจ๊ก สิงห์ไฮโซ เชลซี โดน บอร์นมัธ ยำเละ 4-0

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก 2018/19 เอเอฟซี บอร์นมัธ เปิดบ้านพบกับ เชลซี ที่สนาม ไวทาลิตี้ สเตเดี้ยม ในวันพุธที่ 30 มกราคม 2562

   สำหรับ บอร์นมัธ ล่าสุดเพิ่งจะเปิดบ้านเอาชนะ เวสต์แฮม มา 2-0 ส่วน เชลซี ฟอร์มเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ 4 เกมหลังสุดรวมทุกรายการพวกเขาชนะมา 3 และแพ้ไปเพียงแค่ 1 เกมเท่านั้น

   เริ่มเกมบอร์นมัธบุกจากขวาไปซ้าย และได่ทักทายก่อนในนาทีที่ 4 จากลูกยิงไกลจากหน้ากรอบเขตโทษของคิง บอลพุ่งเข้าเต็มหน้าลุยซ์ นอนลงไปกองกับพื้น ต้องให้แพทย์ลงไปดูอาการก่อนจะลุกขึ้นมาเล่นต่อได้

   ถัดมานาทีที่ 6 จังหวะนี้ เชลซี ตอบโต้ได้น่ากลัวเมื่อ เปโดร โยนบอลจากขวาเข้ากลางให้ อิกวาอิน พยายามจะโหม่งแต่ไม่ถึงบอลเลยไปเสาสองแล้วเป็น โควาชิช พุ่งมาโหม่งเน้นๆบอลกำลังจะลอยเข้าประตูแต่ โบรุค ยังบินไปปัดชนคานทำให้เจ้าถิ่นยังไม่เสียประตู

   เกมผ่านมาเกือบครึ่งชั่วโมง เชลซี เป็นฝ่ายที่ครองบอลได้มากกว่า แต่เป็นเจ้าถิ่นที่มีโอกาสมากกว่า นาทีที่ 34 บอร์นมัธ ได้ลุ้นจากเตะมุมทางฝั่งซ้ายที่โยนไปหน้าประตูแต่โดนสกัดออกมา เจ้าบ้านยังเก็บบอลได้ก่อนจะให้ไปทางขวาให้ คุ้ก เปิดจากสุดเส้นกลับมาตรงกลางให้ คิง โหม่งต่อให้ บรู๊คส์ โขกลงพื้นบอลเบาไปทำให้ เกป้า ล้มตัวคว้าเอาไว้ได้ จบครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 0-0

   ครึ่งหลังเริ่มเกมได้เพียง 2 นาที เจ้าถิ่นก็เป็นฝ่ายที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากบอลที่จ่ายเข้าเขตโทษฝั่งซ้าย บรู๊คส์ ได้บอลแล้วเปิดจากสุดเส้นย้อนมากลางให้ คิง แปด้วยขวาเข้าประตูไป

   ต่อด้วยนาทีที่ 63 บอร์นมัธมาบวกประตูที่สองเพิ่มได้เมื่อ ลุยซ์ จ่ายบอลพลาดเลยโดน บรู๊คส์ ตัดได้แล้วสวนทันทีโดยไหลออกซ้ายให้ คิง เบิ้ลคืนให้ บรู๊คส์ ลากจี้ขึ้นมาทางฝั่งขวาก่อนจะล็อคเข้าซ้ายแล้วซัดทันที บอลพุ่งเข้าเสาแรกเข้าประตูไป เจ้าถิ่นนำ 2-0

   ถัดมานาทีที่ 74 บอร์นมัธหนีห่างไปเป็น 3-0 จากจังหวะสวนกลับอีกแล้วเมื่อ ไคลน์ ได้บอลทางขวาจ่ายให้ สตานิสลาส กระชากเข้าเขตโทษแล้วไหลไปเสาสองให้ คิง แปเข้าไปไม่เหลือ

   และในช่วงทดเจ็บก่อนหมดเวลาการแข่งขันนาทีที่ 90 + 5 เจ้าถิ่นก็มาได้ประตูปิดเกมจากลูกโหม่งของ แดเนี่ยลส์ ทำให้ เอเอฟซี บอร์นมัธ เป็นฝ่ายเอาชนะ เชลซี ไป 4-0