ไม่พลาดแน่นอน บิ๊กอ๊อดคอนเฟิร์ม 4 แข้งต่างแดนบินช่วยช้างศึก ทีมชาติไทย บู๊ ไชน่าคัพ ชัวร์

ไม่พลาดแน่นอน บิ๊กอ๊อดคอนเฟิร์ม 4 แข้งต่างแดนบินช่วยช้างศึก ทีมชาติไทย บู๊ ไชน่าคัพ ชัวร์

   ไม่พลาดแน่นอน พล.ต.อ. ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ยืนยันว่านักเตะที่ไปค้าแข้งยังต่างแดนทั้ง 4 ราย ประกอบด้วย

   ชนาธิป สรงกระสินธุ์, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, ธีราทร บุญมาทัน และ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ จะกลับมาช่วย ช้างศึก ทีมชาติไทย ในการลงแข่งขันศึกฟุตบอล ไชน่าคัพ อย่างแน่นอน เว้นแต่ว่านักเตะจะมีอาการบาดเจ็บติดตัว

ไม่พลาดแน่นอน บิ๊กอ๊อดคอนเฟิร์ม 4 แข้งต่างแดนบินช่วยช้างศึก ทีมชาติไทย บู๊ ไชน่าคัพ

   ในวันที่ 1 มีนาคม 2562 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 1 ภายในที่ทำการสมาคมฟุตบอลฯ ได้มีการจัดประชุมหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมฟุตบอลชาย ทีมชาติไทย ทุกชุด เพื่อว่งแผนงานประจำเดือนมีนาคม ซึ่งหลังจากการประชุมเสร็จสิ้นลง พล.ต.อ. ดร. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า

   “วันนี้ได้เชิญผู้ฝึกสอนพร้อมทั้งทีมงานฟุตบอลชาย ทีมชาติไทย ทุกชุด มาประชุมร่วมกัน เพราะในเดือนมีนาคมจะมีรายการแข่งขันชนกันแทบทุกชุด ทั้งชุดใหญ่, ชุด U23 และ ทีมชาติไทย U19 ที่ประเทศจีน และเวียดนาม”

   “เราต้องคุยรื่องของผู้เล่นที่ทับซ้อนกัน ดังนั้นเราจึงต้องคุยกันด้วยเหตุผลว่า การแข่งขันอุ่นเครื่องที่ประเทศจีนเป็นเกมกระชับมิตร”

   “แต่การแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี รอบคัดเลือก มีผลต่อการเตรียมทีมก่อนการแข่งขัน ปรีโอลิมปิก ซึ่งมีความสำคัญต่อ ทีมชาติไทย ในการที่จะต้องเลือกนักเตะที่มีความพร้อมมากที่สุด”

   “นักเตะรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี หลายคนก้าวขึ้นไปเล่นชุดใหญ่แล้วยังสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ขณะที่อีกหลายคนอยู่ในความสนใจของโค้ชชุดใหญ่เช่นกัน แต่การจะให้น้องๆลงมาเล่นในชุด U23 เป็นสิ่งที่หัวหน้าผู้ฝึกสอนของแต่ละชุดจะต้องพิจารณาร่วมกัน”

   “ส่วนรายการ ไชน่า คัพ เป็นการอุ่นเครื่องที่ทุกทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันมีศักยภาพ ส่วนเรื่องของผลการแข่งขันผมหวังเพียงอย่างเดียวคือการเรียนรู้ของน้องๆ และประสบการณ์ที่โค้ชจะได้รับ”

   “ส่วนการเลือกตัวผู้เล่น ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ คร่าวๆ คือ ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ จะไม่เลือกผู้เล่นที่มีอายุต่ำกว่า 23 ปี และนักเตะอายุต่ำกว่า 19 ปี”

   “ส่วน ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี จะเป็นการแข่งขันแบบทางการ ผลออกมาเป็นอย่างไรเราได้ก็เข้ารอบแน่นอน เนื่องจากเราเป็นเจ้าภาพ แต่สิ่งที่สำคัญคือการสร้างผลงานและสร้างความสุขให้กับแฟนบอลชาวไทย”

   “ส่วน U19 เป็นการแข่งขันกระชับมิตรเพื่อให้น้องๆ ได้ประสบการณ์ในการเล่นภายใต้ความกดดันในต่างแดน ตรงนี้คือสิ่งที่เราคาดหวังไว้”

   “ส่วนนักเตะไทยที่ไปค้าแข้งต่างประเทศ เราได้ส่งหนังสือขอตัวไปแล้ว ซึ่งเขาตอบรับว่าจะกลับมาเล่นให้กับ ทีมชาติไทย ในรายการ ไชน่า คัพ อย่างแน่นอน”

                                                                                                  

เละเป็นโจ๊ก สิงห์ไฮโซ เชลซี โดน บอร์นมัธ ยำเละ 4-0

เละเป็นโจ๊ก สิงห์ไฮโซ เชลซี โดน บอร์นมัธ ยำเละ 4-0

   เละเป็นโจ๊ก สิงห์ไฮโซ เชลซี ที่ประเดิม กอนซาโล่ อิกวาอิน เป็นเกมแรกใน พรีเมียร์ลีก แต่แทบจะไม่ได้สัมผัสบอลเลยด้วยซ้ำส่วน เมาริซิโอ ซาร์รี่ ก็ยังคงยึดหลักการเปลี่ยนตามตำแหน่งเหมือนเดิมทำให้แฟนบอลเริ่มเอือมระอากันเป็นแถว เกมนี้เลยโดน บอร์นมัธ จัดหนักไป 4-0 ทำให้ เชลซี ถูก อาร์เซน่อล แซง หล่นมาอยู่ที่ 5 บนตาราง

เละเป็นโจ๊ก สิงห์ไฮโซ เชลซี โดน บอร์นมัธ ยำเละ 4-0

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก 2018/19 เอเอฟซี บอร์นมัธ เปิดบ้านพบกับ เชลซี ที่สนาม ไวทาลิตี้ สเตเดี้ยม ในวันพุธที่ 30 มกราคม 2562

   สำหรับ บอร์นมัธ ล่าสุดเพิ่งจะเปิดบ้านเอาชนะ เวสต์แฮม มา 2-0 ส่วน เชลซี ฟอร์มเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ 4 เกมหลังสุดรวมทุกรายการพวกเขาชนะมา 3 และแพ้ไปเพียงแค่ 1 เกมเท่านั้น

   เริ่มเกมบอร์นมัธบุกจากขวาไปซ้าย และได่ทักทายก่อนในนาทีที่ 4 จากลูกยิงไกลจากหน้ากรอบเขตโทษของคิง บอลพุ่งเข้าเต็มหน้าลุยซ์ นอนลงไปกองกับพื้น ต้องให้แพทย์ลงไปดูอาการก่อนจะลุกขึ้นมาเล่นต่อได้

   ถัดมานาทีที่ 6 จังหวะนี้ เชลซี ตอบโต้ได้น่ากลัวเมื่อ เปโดร โยนบอลจากขวาเข้ากลางให้ อิกวาอิน พยายามจะโหม่งแต่ไม่ถึงบอลเลยไปเสาสองแล้วเป็น โควาชิช พุ่งมาโหม่งเน้นๆบอลกำลังจะลอยเข้าประตูแต่ โบรุค ยังบินไปปัดชนคานทำให้เจ้าถิ่นยังไม่เสียประตู

   เกมผ่านมาเกือบครึ่งชั่วโมง เชลซี เป็นฝ่ายที่ครองบอลได้มากกว่า แต่เป็นเจ้าถิ่นที่มีโอกาสมากกว่า นาทีที่ 34 บอร์นมัธ ได้ลุ้นจากเตะมุมทางฝั่งซ้ายที่โยนไปหน้าประตูแต่โดนสกัดออกมา เจ้าบ้านยังเก็บบอลได้ก่อนจะให้ไปทางขวาให้ คุ้ก เปิดจากสุดเส้นกลับมาตรงกลางให้ คิง โหม่งต่อให้ บรู๊คส์ โขกลงพื้นบอลเบาไปทำให้ เกป้า ล้มตัวคว้าเอาไว้ได้ จบครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 0-0

   ครึ่งหลังเริ่มเกมได้เพียง 2 นาที เจ้าถิ่นก็เป็นฝ่ายที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากบอลที่จ่ายเข้าเขตโทษฝั่งซ้าย บรู๊คส์ ได้บอลแล้วเปิดจากสุดเส้นย้อนมากลางให้ คิง แปด้วยขวาเข้าประตูไป

   ต่อด้วยนาทีที่ 63 บอร์นมัธมาบวกประตูที่สองเพิ่มได้เมื่อ ลุยซ์ จ่ายบอลพลาดเลยโดน บรู๊คส์ ตัดได้แล้วสวนทันทีโดยไหลออกซ้ายให้ คิง เบิ้ลคืนให้ บรู๊คส์ ลากจี้ขึ้นมาทางฝั่งขวาก่อนจะล็อคเข้าซ้ายแล้วซัดทันที บอลพุ่งเข้าเสาแรกเข้าประตูไป เจ้าถิ่นนำ 2-0

   ถัดมานาทีที่ 74 บอร์นมัธหนีห่างไปเป็น 3-0 จากจังหวะสวนกลับอีกแล้วเมื่อ ไคลน์ ได้บอลทางขวาจ่ายให้ สตานิสลาส กระชากเข้าเขตโทษแล้วไหลไปเสาสองให้ คิง แปเข้าไปไม่เหลือ

   และในช่วงทดเจ็บก่อนหมดเวลาการแข่งขันนาทีที่ 90 + 5 เจ้าถิ่นก็มาได้ประตูปิดเกมจากลูกโหม่งของ แดเนี่ยลส์ ทำให้ เอเอฟซี บอร์นมัธ เป็นฝ่ายเอาชนะ เชลซี ไป 4-0

 

คาดการณ์ 11 ตัวจริง ทีมชาติไทย ดวล จีน ใน เอเชียนคัพ 2019 รอบ 16 ทีม

คาดการณ์ 11 ตัวจริง ทีมชาติไทย ดวล จีน ใน เอเชียนคัพ 2019 รอบ 16 ทีม

   คาดการณ์ 11 ตัวจริง ช้างศึก ทีมชาติไทย ที่จะลงสนามพบกับ ทีมชาติจีน ในศึกฟุตบอล เอเชียนคัพ 2019 รอบ 16 ทีมสุดท้าย

   ซึ่งก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้น เราจะมาเดากันว่า โค้ชโต่ย ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย รักษาการุนซือ ทีมชาติไทย จะจัดตัวผู้เล่นลงสนามอย่างไร ซึ่งคาดว่าเกมนี้ โค้ชโต่ย น่าจะยึดแผนการเล่นเดิมคือ 3-5-2

คาดการณ์ 11 ตัวจริง ทีมชาติไทย ดวล ทีมชาติจีน ใน เอเชียนคัพ 2019

   สำหรับตำแหน่งผู้รักษาประตู คาดว่า แชมป์ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน นายทวาร ทีมชาติไทย จาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจากเกมที่ผ่านมาจะยังคงยึดตำแหน่งตัวจริงได้อย่างเหนียวแน่น

   กองหลัง เกมนี้โค้ชโต่ยขาดสองแนวรับทั้ง สุพรรณ ทองสงค์ และ อดิศร พรหมรักษ์ ที่ติดโทษแบน แต่ข่าวดีคือจะได้ พรรษา เหมวิบูลย์ พ้นโทษแบนกลับมาลงสนามได้อีกครั้ง

   ซึ่งหากดูจากตัวผู้เล่นที่เหลือคาดว่า พรรษา เหมวิบูลย์ จะลงสนามร่วมกับ เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว และ มิก้า ชูนวลศรี ที่เพิ่งจะคิ้วแตกต้องเปลี่ยนออกจากสนามไปเมื่อเกมที่แล้ว แต่ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรในการลงเล่นเกมนี้ ส่วนริมเส้นฝั่งซ้ายและขวา ธีราทร บุญมาทัน กับ ทริสตอง โด ยังคงยึดตำแหน่งตัวจริงได้อย่างเหนียวแน่น

   ส่วนในแดนกลาง ทีมชาติไทย ไม่มี สรรวัชญ์ เดชมิตร กองกลางจาก แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่เจ็บหลังจนต้องกลับไปรักษาตัวที่ประเทศไทย

   แต่ทั้ง ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ และ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ยังคงพร้อมในแดนกลางโดยจะประสานงานกับ เจ ชนาธิป สระกระสินธ์ ทำเกมอยู่หลังสองแนวรุก ทีมชาติไทย

   สำหรับแดนหน้า มุ้ย ธีรศิลป์ แดงดา ยังคงจะลงสนามเป็นตัวหลักเช่นเดิม ส่วนคู่หูอีกคนนั้นคาดว่า โค้ชโต่ย น่าจะให้โอกาส ศุภชัย ใจเด็ด ลงสนามในนัดนี้แทน อดิศักดิ์ ไกรษร ที่มีอาการป่วยไม่สามารถลงสนามได้

รายชื่อนักเตะ ทีมชาติไทย ที่คาดว่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริง : ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน, เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว, พรรษา เหมวิบูลย์, มิก้า ชูนวลศรี, ทริสตอง โด, ธีราทร บุญมาทัน, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, ชนาธิป สระกระสินธ์, ธีรศิลป์ แดงดา, ศุภชัย ใจเด็ด

   สำหรับ ทีมชาติไทย ทีมอันดับ 118 ของโลก จะลงสนามพบกับ ทีมชาติจีน ทีมอันดับ 76 ของโลก ในศึกฟุตบอล เอเชียนคัพ 2019 รอบ 16 ทีมสุดท้าย ดูบอลสด ในวันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม 2561 เวลา 21.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ที่สนาม ฮัซซ่า บิน ซายิด สเตเดี้ยม, อัล ไอน์ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

 

กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี พรีวิว คิเอโว่ พบ อินเตอร์ มิลาน

กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี พรีวิว คิเอโว่ พบ อินเตอร์ มิลาน

   กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี 2018/19 คิเอโว่ เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนจาก งูใหญ่ อินเตอร์ มิลาน ที่สนาม สตาดิโอ มาร์คอันโตนิโอ เบนเตโกดี้ ดูบอลสด ในคืนวันเสาร์ ที่ 22 ธันวาคม 2561 เวลา 00.00 น.

สถิติการพบกัน 5 นัดหลังสุดของทั้ง 2 ทีม

22/04/18 เซเรีย อา คิเอโว่ 1-2 อินเตอร์ มิลาน 

03/12/17 เซเรีย อา อินเตอร์ มิลาน 5-0 ซาสซูโอโล่ 

15/01/17 เซเรีย อา อินเตอร์ มิลาน 3-1 คิเอโว่ 

22/08/16 เซเรีย อา คิเอโว่ 2-0 อินเตอร์ มิลาน 

04/02/16 เซเรีย อา อินเตอร์ มิลาน 1-0 คิเอโว่

กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ความพร้อมของ คิเอโว่ และ อินเตอร์ มิลาน

คิเอโว่

   เจ้าถิ่น คิเอโว่ เกมนี้ขาด อันเดรีย เซคูลิน, ฟาบริซิโอ คัชชาตอเร่, โจเอล โอบี และ มานูเอล ปุชชาเรลลี่ ที่เจ็บอยู่ และยังมี อีวาน ราโดวาโนวิช ที่ติดโทษแบน

   แต่ข่าวดีคือจะได้ ฟาบิโอ เดเปาลี พ้นแบนกลับมาคืนสนามเป็นตัวจริงอีกครั้ง

   โดเมนิโก้ ดิ คาร์โล กุนซือ คิเอโว เวโรน่า ปรับมาใช้ระบบ 3-4-1-2 โดยวาง ริคคาร์โด้ เมจจอรินี่ กับ แซร์โจ้ เปลลิสซิเย่ร์ เป็นคู่หน้า

   แล้วมี เอมานูเอเล่ จัคเครินี่ คอยสนับสนุนเกมรุก กลางใช้ นิโกล่า ริโกนี่ กับ เปอร์ปาริม เฮเตมาย

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : สเตฟาโน่ ซอร์เรนติโน่, ลูก้า รอสเซ็ตตินี่, มัตเตีย บานี่, เฟเดริโก้ บาร์บา, ฟาบิโอ เดเปาลี, นิโกล่า ริโกนี่, เพอร์พาริม เฮเตมาย, พาเวล ยาโรซินสกี้, เอมานูเอเล่ จัคเครินี่, ริคคาร์โด้ เมจจอรินี่, แซร์โจ้ เปลลิสซิเย่ร์

อินเตอร์ มิลาน

   ส่วนทางด้าน งูใหญ่ อินเตอร์มิลาน ข่าวดีคือไม่มีตัวผู้เล่นบาดเจ็บเพราะ ดัลเบิร์ต หายเจ็บกลับมาประจำการในตำแหน่งแบ็กซ้ายได้เหมือนเดิม แต่ ควัดโว อซาโมอาห์ ติดโทษแบนไม่สามารถลงสนามได้

   เกมนี้กุนซือ ลูชาโน่ สปัลเล็ตติ วาง มัตเตโอ โปลิตาโน่, เมาโร อีการ์ดี้ และ อีวาน เปริซิช ประสานงานแนวรุก โดยมี รัดย่า นาอิงโกลัน คุมเกมแดนกลาง ส่วนแนวรับอาจพัก สเตฟาน เดอ ฟราย แล้วเปิดโอกาสให้ ชูเอา มิรันด้า ลงสนามแทน

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : ซาเมียร์ ฮันดาโนวิช, ซิเม่ เวอร์ซัลโก้, มิลาน สคริเนียร์, ชูเอา มิรันด้า, ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ, โรแบร์โต้ กายาร์ดินี่, มาร์เซโล่ โบรโซวิช, รัดย่า นาอิงโกลัน, มัตเตโอ โปลิตาโน่, เมาโร อีการ์ดี้, อิวาน เปริซิช

 

 

 

ช้างศึก ทีมชาติไทย แบโผ 27 แข้ง ชุดเตรียมลุย เอเชียนคัพ 2019

ช้างศึก ทีมชาติไทย แบโผ 27 แข้ง ชุดเตรียมลุย เอเชียนคัพ 2019

   ช้างศึก ทีมชาติไทย โดยการนำทีมของ มิโลวาน ราเยวัช หัวหน้าผู้ฝึกสอน ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ได้ประกาศรายชื่อนักเตะจำนวน 27 ราย ในเข้าแคมป์เก็บตัวฝึกซ้อมก่อนตัดให้เหลือ 23 คนสุดท้าย เพื่อเดินทางไปแข่งขันฟุตบอล เอเชียนคัพ 2019 ในต้นปีหน้า

   โดยศึกฟุตบอล เอเชียนคัพ 2019 จะทำการแข่งขันที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ระหว่างวันที่ 5 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2562 โดย ทีมชาติไทย ได้สิทธิ์ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายฟุตบอล เอเชียนคัพ เป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี

ช้างศึก ทีมชาติไทย ประกาศรายชื่อนักเตะชุดเตรียมลุย เอเชียนคัพ 2019

   ซึ่ง มิโลวาน ราเยวัช กุนซือ ทีมชาติไทย ได้ประกาศรายชื่อ 27 ผู้เล่น เพื่อเข้าแคมป์เก็บตัวฝึกซ้อม โดยมีรายชื่อ ดังนี้

ผู้รักษาประตู

  1. กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ สโมสร โอเอช ลูเวิน
  2. ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน สโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
  3. ฉัตรชัย บุตรพรม สโมสร บางกอกกล๊าส เอฟซี
  4. สรานนท์ อนุอินทร์ สโมสร สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

กองหลัง

  1. กรกช วิริยอุดมศิริ สโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
  2. พรรษา เหมวิบูลย์ สโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
  3. เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว สโมสร นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี
  4. พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา สโมสร ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด
  5. ทริสตอง โด สโมสร ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด
  6. มิก้า ชูนวลศรี สโมสร ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด
  7. อดิศร พรหมรักษ์ สโมสร เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด
  8. ธีราทร บุญมาทัน สโมสร เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด
  9. ชินภัทร์ ลีเอาะ สโมสร สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด
  10. สุพรรณ ทองสงค์ สโมสร สุพรรณบุรี เอฟซี

 

กองกลาง

  1. ศศลักษณ์ ไหประโคน สโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
  2. สุภโชค สารชาติ สโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
  3. ปกเกล้า อนันต์ สโมสร ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด
  4. สุมัญญา ปุริสาย สโมสร ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด
  5. สรรวัชญ์ เดชมิตร สโมสร ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด
  6. ธนบูรณ์ เกษารัตน์ สโมสร บางกอกกล๊าส เอฟซี
  7. ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ สโมสร บางกอกกล๊าส เอฟซี
  8. ชนาธิป สรงกระสินธ์ สโมสร คอนซาโดเล ซัปโปโร

กองหน้า

  1. ศุภชัย ใจเด็ด สโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
  2. ธีรศิลป์ แดงดา สโมสร เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด
  3. อดิศักดิ์ ไกรษร สโมสร เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด
  4. ชนานันท์ ป้อมบุบผา สโมสร สุพรรณบุรี เอฟซี
  5. สิโรจน์ ฉัตรทอง สโมสร พีที ประจวบ เอฟซี

   โดย ทีมชาติไทย จะเก็บตัวฝึกซ้อมที่โรงแรม เลอ เมอริเดียน สุวรรณภูมิ ก่อนตัดผู้เล่นให้เหลือ 23 คนสุดท้ายต่อไป ซึ่ง ทีมชาติไทย ได้สิทธิ์ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายฟุตบอล เอเชียนคัพ เป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี

 ดูบอลสด โปรแกรมการแข่งขันรอบแรกของ ทีมชาติไทย ในศึกฟุตบอล เอเชียนคัพ 2019 มีดังนี้

ทีมชาติไทย – อินเดีย วันที่ 6 มกราคม 2019 สนาม อัล นาห์ยาน สเตเดียม, กรุงอาบูดาบี

บาห์เรน – ทีมชาติไทย วันที่ 10 มกราคม 2019 สนาม อัล มัคตูม สเตเดียม, นครดูไบ

สหรัฐ อาหรับ เอมิเรตส์ – ทีมชาติไทย วันที่ 14 มกราคม 2019 สนาม ฮัซซา บิน ซายิด สเตเดียม, อัล ไอน์

 

เจ เล่นไม่ออก ซัปโปโร พ่าย อุราวะ คาบ้าน 1-2 รั้งที่ 4 เจลีก

เจ เล่นไม่ออก ซัปโปโร พ่าย อุราวะ คาบ้าน 1-2 รั้งที่ 4 เจลีก

   เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์ เล่นได้ค่อนข้างจะผิดฟอร์มไปจากทุกเกม หลังจากที่ครึ่งแรกแทบจะไม่มีส่วนร่วมกับเกมเลย ยังดีที่ในครึ่งหลังมีโอกาสอยู่สองสามครั้ง แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะช่วยให้ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ไล่ตาม อุระวะ เรดไดมอนส์ ทัน สุดท้าย ซัปโปโร เป็นฝ่ายพ่ายไป 1-2 ยังคงรั้งอันดับ 4 ของตาราง ในขณะที่เหลือเกมแข่งอีก 2 นัด

เจ ชนาธิป สุดต้าน ซัปโปโร พ่าย อุราวะ คาบ้าน 1-2

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอล เจลีก 1 ญี่ปุ่น นัดที่ 32 ของฤดูกาล คอนซาโดเล่ ซัปโปโร เปิดบ้านพบกับ อูราวะ เรดไดมอนส์ ซึ่งมีดีกรีเป็นถึงแชมป์เก่า เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2017 ในวันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2561

   ซึ่งเกมนี้ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ยังคงได้ลงเป็นตัวจริงเช่นเดิมในตำแหน่งแนวรุกฝั่งซ้าย ส่วน เจย์ โบทรอยด์ ติดโทษแบนไม่ได้ลงช่วยทีมในเกมนี้

   เริ่มเกมครึ่งแรก ซัปโปโร เป็นฝ่ายได้ลุ้นก่อนจากลูกเตะมุมที่เปิดเรียดมาให้ โคจิ มิโยชิ ซัดไปติดบล็อกนายทวารอุราวะ ปัดออกหลังไป

   แต่ในนาทีที่ 6 กลับเป็น อุราวะ ที่เป็นฝ่ายได้ประตูขึ้นนำไปก่อน ประตูนี้ต้องชม ยูกิ มูโตะ ที่อาศัยความสามารถเฉพาะตัวของตัวเอง ซัดด้วยซ้ายสวนตัวนายทวารเจ้าถิ่นเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ทีมเยือนนำก่อน 1-0

   เกมผ่านไป 20 นาที ชนาธิป แทบไม่มีโอกาสทำเกมเลย เพราะอุราวะเตรียมตัวมาค่อนข้างดีโดยการเล่นเพรสซิ่งเร็ว ทำให้เจ้าเจแทบไม่มีโอกาสครองบอลเลย

   และแล้วในนาทีที่ 25 ในที่สุด ซัปโปโร ก็มาได้ประตูตามตีเสมอสำเร็จจากจังหวะที่ ไดกิ ซูกะ เปิดบอลเข้าไปกลางประตู ให้ เรียวสุเกะ ชินโดะ โฉบมาโหม่งบอลลงพื้นเสียบเสาเข้าไปตุงตาข่าย ซัปโปโร ตามเจ๊า 1-1

   แต่อุราวะก็ไม่ได้ปล่อยให้เจ้าถิ่นได้ดีใจนาน เพราะหลังจากนั้นถัดมาอีกเพียง 10 นาที ทีมเยือนก็เป็นฝ่ายมาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งจากการทำเกมขึ้นมาทางริมเส้นฝั่งซ้าย โทโมยะ อูกาจิน เปิดบอลให้ ยูกิ มูโตะ จับบอลก่อนหนึ่งจังหวะแล้วซัดเสียบเสาเป็นประตูขึ้นนำ 2-1

   ช่วงเวลาที่เหลือในครึ่งแรกไม่มีประตูเกิดขึ้นอีก ทำให้จบครึ่งแรก ซัปโปโร เป็นฝ่ายตามอุราวะอยู่ 1-2

   ครึ่งหลัง นาทีที่ 51 โอกาสครั้งแรกของ ชนาธิป ที่ได้ซัดจากกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย แต่น่าเสียดายที่บอลเหินข้ามคานออกไป

   ถัดมาอีก 3 นาที โอกาสอีกครั้งของ ซัปโปโร จากจังหวะที่ ชนาธิป จ่ายบอลไปให้ มิโยชิ ไหลต่อไปที่ อาราโนะ ยิงโล่งๆ แต่บอลข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย

   ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 89 ซัปโปโรเกือบได้ประตูตีเสมอ จากการทำเกมขึ้นมาทางฝั่งขวา เรียวสุเกะ ชินโด เปิดบอลไปเสาสองให้ โคสุเกะ ชินราอิ วอลเลย์ข้ามคานออกไปอีกครั้ง

   สุดท้ายจบเกม คอนซาโดเล่ ซัปโปโร เปิดบ้านพ่ายให้กับ อูราวะ เรดไดมอนส์ 1-2 ยังคงรั้งอันดับ 4 ของตารางเจลีก มี 51 คะแนน ส่วนอุราวะเก็บเพิ่ม 3 คะแนน มี 48 แต้ม รั้งอันดับ 6 เช่นเดิม

 

ลาลีกา สเปน พรีวิว อลาเบส พบ เรอัล มาดริด

ลาลีกา สเปน พรีวิว อลาเบส พบ เรอัล มาดริด

   ลาลีกา สเปน  2018/19 อลาเบส เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนจาก ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด ที่สนาม กีฬาเมนดีซอร์โรซา ดูบอลสด ในวันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม 2561 เวลา 23.30 น.

ความพร้อมของทั้งสองทีม

อลาเบส

   เกมนี้ อลาเบส หมดสิทธิ์ใช้งาน พาทริค ทวูมาซี่, อาเดรียน มาริน และ โรดริโก้ เอลี่ ส่วนที่เหลือไม่มีปัญหาพร้อมลงสนามทั้งหมด

   อเบลาร์โด้ ผู้จัดการทีม อลาเบส มาในระบบ 4-4-2 โดยจะมีการปรับเปลี่ยนตัวผู้เล่นบางตำแหน่ง แผงหลังได้ ซิโม่ นาบาร์โร่ กับ มาร์ติน อากีร์เร่กาบิริอา กลับมาออกสตาร์ทเป็นตัวจริงอีกครั้ง

   แดนกลางเปลี่ยนยกแผงเหลือเพียง อิไบ โกเมซ ที่ยังมีชื่อเป็นตัวจริงเช่นเดิมในเกมนี้ หน้าคู่ โจนาธาน กาเยรี่ กับ รูเบน โซบริโน่

      นักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : เฟร์นานโด ปาเชโก้, มาร์ติน อากีร์เร่กาบิริอา, ซิโม่ นาบาร์โร่, บิคตอร์ ลากวาร์เดีย, รูเบน ดูอาร์เต้, อิไบ โกเมซ, ดาร์โก้ บราซานัค, มูบารัค วาคาโซ่, โฆนี่, โจนาธาน กาเยรี่, รูเบน โซบริโน่

เรอัล มาดริด

   มาดริด เกมนี้จะไม่มี ดาเนียล การ์บาฆาล, มาร์เซโล่ เเละ อีสโก้ เพราะยังคงมีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่ ส่วนข่าวดีคือจะได้ แกเร็ธ เบล กลับมาร่วมทีมอีกครั้งแต่ต้องรอทดสอบความฟิตก่อน ซึ่งคาดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

   เกมนี้ ยูเลน โลเปเตกี กุนซือของ มาดริด วาง อัลบาโร่ โอดริโอโซล่า กับ นาโช่ ลงประจำการแบ็กขวา-ซ้าย แดนกลาง โทนี่ โครส, คาเซมิโร่ และ โครส เป็นตัวเดินเกม เกมรุกไว้ใจ คาริม เบนเซม่า และ ธิโบต์ กูร์ตัวส์ ลงเฝ้าเสา

   นักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : ธิโบต์ กูร์ตัวส์, อัลบาโร่ โอดริโอโซล่า, ราฟาเอล วาราน, เซร์กิโอ รามอส, นาโช่, โทนี่ โครส, คาเซมิโร่, ลูก้า โมดริช, แกเร็ธ เบล, คาริม เบนเซม่า, มาร์โก้ อเซนซิโอ้

ลาลีกา สเปน วิเคราะห์บอล อลาเบส พบ เรอัล มาดริด

   อลาเบสผลงานที่ผ่านมาค่อนข้างดี แต่พวกเขาเพิ่งเสียสถิติไร้พ่าย 5 นัดมาในเกมล่าสุด ที่เเพ้ให้กับ เลบานเต้ 1-2 ส่วน มาดริด ฟอร์มช่วงนี้ค่อนข้างจะไม่อยู่ในมาตรฐานเพราะเล่นไม่ดีมา 3 เกมติดต่อกันแล้ว ปัญหาใหญ่คงจะอยู่ที่เกมรุก เนื่องจากจบสกอร์กันไม่ได้

   เกมนี้ ราชันชุดขาว ต้องการ 3 แต้มอย่างมาก แต่ก็คงจะไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะหากดูจากฟอร์มการเล่นที่ผ่านมาที่ไม่ค่อยจะดีนัก ดังนั้น หาก มาดริด จะเก็บชัยได้ก็ไม่ขาดอย่างแน่นอน

 

 

 

หงส์แดง ลิเวอร์พูล ร่วง คาราบาว คัพ โดน สิงห์ เชลซี ขย้ำคาบ้าน 2-1

หงส์แดง ลิเวอร์พูล ร่วง คาราบาว คัพ โดน สิงห์ เชลซี ขย้ำคาบ้าน 2-1

   หงส์แดง ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายได้ประตูขึ้นนำก่อนจาก แดเนียล สเตอร์ริดจ์ แต่มาเสียสองประตูรวดให้กับ เชลซี สุดท้าย ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายพ่ายคาบ้านให้กับ เชลซี ไป 2-1 ร่วงตกรอบ คาราบาว คัพ เรียบร้อยแล้ว

   ศึกฟุตบอล คาราบาว คัพ รอบที่ 3 ที่สนาม แอนฟิลด์ หงส์แดงลิเวอร์พูลเปิดบ้านรับการมาเยือนจาก สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ดูบอลสด ในวันพุธที่ 26 กันยายน 2561

   เกมนี้ ลิเวอร์พูล ส่งสำรองลงสนามกันหลายตำแหน่งทั้ง ซิมง มิโญเล่ต์, เดยัน ลอฟเรน, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, นาธาเนี่ยล ไคลน์, ฟาบินโญ่, เซอร์ดาน ชากิรี่ และแดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์

   ส่วน เชลซี ก็ปรับหลายตำแหน่งโดยพักตัวจริงแล้วส่งตัวสำรองลงสนามแทนเช่นกันไล่มาตั้งแต่ วิลลี่ กาบาเยโร่, อันเดรส คริสเตนเซ่น, แกรี่ เคฮิลล์, รอสส์ บาร์คลี่ย์, เชสก์ ฟาเบรกัส และอัลบาโร่ โมราต้า

หงส์แดง ลิเวอร์พูล นำก่อน แต่โดน สิงห์ รัวแซง 1-2

   เริ่มเกม ทั้งสองผลัดกันส่องคนละครั้งแต่ก็ยังไม่ดีพอจะเป็นประตูทั้งคู่ จนกระทั่งนาทีที่ 17 เชลซี เกือบจะได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่ ฟาเบรกัส วางบอลให้ โมราต้า ในกรอบเขตโทษ พยายามจะกระดกบอลผ่าน มิโญเล่ต์ แต่ไม่ผ่าน โมราต้า ตามมาซ้ำอีกครั้งแต่ไม่ดีพอ ทำได้แค่ยิงผ่านปากประตูออกไปอย่างน่าเสียดาย

   นาทีที่ 20 เชลซี บุกขึ้นมาน่ากลัวอีกครั้งเมื่อ วิลเลียน แทงบอลให้ โมราต้า หลุดเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายไปยิงด้วยขวาแต่ มิโญเล่ต์ ยังตามไปปัดออกได้ทัน

   นาทีที่ 37 เป็นโอกาสสวนกลับของหงส์แดงบ้าง สเตอร์ริดจ์ ไหลออกซ้ายให้ เกอิต้า กระชากไปยิงด้วยขวานอกกรอบเขตโทษ บอลพุงแรงแต่ กาบาเยโร่ ยังเซฟได้

   ช่วงท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 39 หงส์แดงได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะที่ ชากิรี่ พาบอลหลุดขึ้นมาทางขวาก่อนจะโยนไปให้ มาเน่ ที่เสาไกล พยายามจะโขกแต่นายทวาร เชลซี ยังปัดบอลออกมาได้ทัน

   ครึ่งหลังนาทีที่ 56 เชลซี เปลี่ยนเอา เอเดน อาซาร์ ลงมาแทน วิลเลี่ยน

   และแล้วนาทีที่ 58 ลิเวอร์พูลก็เป็นฝ่ายได้ประตูขึ้นนำก่อน จากจังหวะที่ เกอิต้า ยิงด้วยขวาไปติดเซฟของ กาบาเยโร่ แต่บอลไม่พ้น สเตอร์ริดจ์ จัดการฟาดด้วยซ้าย เป็นประตู ลิเวอร์พูล นำ 1-0

   แต่แล้วนาทีที่ 79 เชลซีก็มาได้ประตูตีเสมอจากฟรีคิกริมเส้นฝั่งขวาที่เปิดมาทางเสาแรก บาร์คลี่ย์ ได้โขกแต่บอลไม่ผ่าน มิโญเล่ต์ สุดท้ายเป็น เอเมอร์สัน ที่ตามมาซ้ำเข้าไปจนได้ เชลซีตามทัน 1-1

   ท้ายเกมนาทีที่ 85 กลายเป็น สิงโตน้ำเงินคราม ที่ได้ประตูแซงนำจากความยอดเยี่ยมของ เอเดน อาซาร์ ที่โซโล่เดี่ยวจากริมเส้นฝั่งขวาเข้าไปซัดบอลพุ่งเข้าประตูอย่างสวยงาม เชลซีแซงนำ 2-1

   จบเกม ลิเวอร์พูล พ่ายคาบ้านให้กับ เชลซี 1-2 ร่วง คาราบาว คัพ เรียบร้อยแล้ว

 

 

ลอฟเรน ปราการหลังลิเวอร์พูลถูกตั้งข้อหาให้การเท็จ อาจเจอคุก 5 ปี

ลอฟเรน ปราการหลังลิเวอร์พูลถูกตั้งข้อหาให้การเท็จ อาจเจอคุก 5 ปี
   ลอฟเรน แข้งปราการหลังของทีม หงส์แดง ลิเวอร์พูล ในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ และทีมชาติ โครเอเชีย ถูกทางการ โครเอเชีย ตั้งข้อหากรณีเบิกความเท็จในชั้นศาล ซึ่งอาจจะทำให้ดาวเตะวัย29 ปีคนนี้อาจเจอบทลงโทษหนักสุดถึงขั้นต้องไปนอนกินข้าวแดงในคุกถึง 5 ปี

   ดูบอลออนไลน์ ดาวเตะวัย 29 ปี ได้ถูกเรียกตัวไปให้การกับศาลพร้อมกับ ลูก้า โมดริช กองกลางตัวเก่งของ ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด แห่งลาลีกา สเปน ซึ่งเป็ยเพื่อนร่วมทีมชาติโครเอเชีย เกี่ยวกับคดีฉ้อโกงของ ซดราฟโก้ มามิช อดีตผู้อำนวยการ ดินาโม ซาเกร็บ อดีตต้นสังกัดเก่าของทั้งคู่

   สำหรับ โมดริช เพิ่งถูกอัยการโครเอเชียตั้งข้อหาให้การเท็จไป ก่อนหน้านี้ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และสำนักข่าวต่างๆก็ได้ยืนยันว่าล่าสุดลอฟเรนก็โดนข้อหาเดียวกัน

ลอฟเรน กองหลังลิเวอร์พูล อาจถูกจำคุก 5 ปี ในข้อหาให้ความเท็จ

   มามิช ถูกกล่าวหาว่ารับเงิน 50 เปอร์เซนต์ของค่าตัวลอฟเรนเข้ากระเป๋าตัวเองจาการขายแข้งวัย 29 ปีให้กับ โอลิมปิก ลียง ในปี 2010 ด้วยเงินค่าตัวเบื้องต้น 7.5 ล้านปอนด์รวมทั้งส่วนเสริมต่างๆตามผลงานของเขาอีกราวๆ 1.3 ล้านปอนด์ จากภาคผนวกในของสัญญาที่เซ็นกันในตอนนั้น

   โดยดาวเตะจาก หงส์แดง ลิเวอร์พูล เคยให้การที่เป็นผลเสียต่อ มามิช ก่อนจะเขาจะเปลี่ยนคำให้การซึ่งส่งผลเชิงบวกต่อจำเลยแทน ซึ่งเจ้าตัวได้ให้การว่า ‘ภาคผนวกในสัญญาซื้อ-ขายนั้นถูกใส่ไว้ตั้งแต่ก่อนการซื้อ-ขาย’ แต่ทางอัยการกล่าวหาว่าภาคผนวกดังกล่าวถูกใส่เข้ามาหลังจากที่เจ้าตัวได้ย้ายไป ลียง แล้วจากนั้นค่อยทำการแก้วันที่ย้อนหลังนั่นเอง

   ทางด้านเพื่อนร่วมชาติอย่าง โมดริช เองก็ถูกกล่าวหาว่าให้การเท็จเช่นกัน ซึ่งเป็นตอนที่เขาย้ายจาก ดินาโม ไป ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ในปี 2008

   ซึ่งหากศาลตัดสินว่าทั้งสองมีความผิดจริง อาจจะทำให้ทั้ง แข้งวัย 29 ปีจากลิเวอร์พูลรายนี้ กับ โมดริช กองกลางของ ราชันชุดขาว อาจถูกลงโทษติดคุกเป็นระยะเวลาระหว่าง 6 เดือนถึง 5 ปี เลยทีเดียว

   สำหรับ เดยัน ลอฟเรนปัจจุบันเล่นให้กับสโมสรลิเวอร์พูลในพรีเมียร์ลีก โดยเขาย้ายจากสโมสรเซาแทมป์ตันมาร่วมทีมหงส์แดงในปี 2014 ด้วยค่าตัว 20 ล้านปอนด์ กับสัญญา 4 ปี ทำให้เขากลายเป็นกองหลังสถิติผู้เล่นที่แพงที่สุดของประวัติศาสตร์การซื้อขายผู้เล่นของลิเวอร์พูลในขฯนั้น และเป็นหนึ่งในผู้เล่นคนสำคัญในชุดที่พาทีมชาติโครเอเชียทะลุเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกกับทีมชาติฝรั่งเศส ในศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย และสามารถคว้ารองแชมป์โลกมาครองได้สำเร็จหลังจากที่พ่ายให้กับฝรั่งเศสไป 2-4

 

บอร์นมัธ โกงตายตาม 2 ลูกไล่เจ๊า เอฟเวอร์ตัน 10 คน 2- 2

 บอร์นมัธ 2-2 เอฟเวอร์ตัน

   บอร์นมัธ สร้างปาฎิหาร! เอฟเวอร์ตัน ที่เหลือ 10 คนตั้งแต่ครึ่งแรก แต่เปิดหัวครึ่งหลังได้สวยออกนำไปก่อน 2 – 0 แต่บอร์นมัธที่เหลือ 10 คนเท่ากันในครึ่งหลังก็ไล่ตีเสมอเป็น 2-2 แบ่งแต้มจากท๊อฟฟี่ได้สำเร็จ ทำให้การลงแข่งขันพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ทั้งสองทีมที่แข่งมา 3 นัด ยังไม่แพ้ใครเลย โดยที่บอร์นมัธมี 7 แต้มส่วน เอฟเวอร์ตันมี 5 แต้ม

   เริ่มเกมครึ่งแรกทั้งสองทีมพลัดกันบุกอย่างสนุกแต่เป็นเจ้าถิ่นบอร์นมัธที่ดูจะมีโอกาสมากกว่า เอฟเวอร์ตันได้ทักทายก่อนในนาทีที่ 8 จากลูกเตะมุมทางฝั่งขวา ซิเกิร์ดส์สัน เปิดลูกเตะมุมเข้ากลางให้ คีน โหม่งไปเสาไกลให้ วัลคอตต์ ที่ตั้งท่ารอซัดอยู่ห่างจากหน้าประตูไม่กี่หลา ดีที่ สมิธ ตัดหน้าสกัดเอาไว้ได้ทัน นาทีที่ 16  เป็น บอร์นมัธ ที่พลาดโอกาสทองสุดๆเมื่อ วิลสัน ที่ได้บอลหลุดเดี่ยว เจ้าตัวตัดสินใจแปด้วยขวา 

   บอลข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย นาทีที่ 39 เจ้าถิ่นได้ลุ้นประตูอีกครั้งจากลูกฟรีคิกทางฝั่งซ้าย เฟรเซอร์ เปิดบอลไปหน้าประตูให้ อาเก้ แต่เจ้าตัวดันโหม่งวืด บอลโดนไหล่แล้วเด้งมาเข้าทาง โคลแมน โขกทิ้งไปได้

   ต่อมาในนาทีที่ 42 เอฟเวอร์ต้นก็ต้องเหลือผู้เล่นในสนามเพียง 10 คนเท่านั้น จากการที่ ริชาร์ลิสัน ไปเสียเหลี่ยมให้กับ สมิธ ที่เอาศีรษะดันกัน แต่ สมิธ ทำแสบ เด้งรับแล้วหันไปฟ้องกรรมการ ทำให้ ริชาร์ลิสัน โดนใบแดงไล่ออกจากสนามไปแบบงงๆ

   เกมช่วงท้ายครึ่งแรกท๊อฟฟี่พยายามที่จะประคองเกมเอาไว้เนื่องจากตัวผู้เล่นที่เสียเปรียบ ก่อนจะปันเสมอเอาไว้ได้ ทำให้จบครึ่งแรก เจ้าบ้านบอร์นมัธเสมอกับทีมเยือนเอฟเวอร์ตันอยู่ 0-0

บอร์นมัธ โกงความตายแบบไม่น่าเชื่อ

   เริ่มเกมในครึ่งหลัง แม้เอฟเวอร์ตันจะเหลือผู้เล่นในสนามน้อยกว่าเจ้าบ้านแต่ในนาทีที่ 56 กลับเป็นฝ่ายที่ได้ประตูออกนำไปก่อน จากจังหวะสวนกลับ ขึ้นบอลมาทางริมเส้นฝั่งขวา โตชุน จ่ายบอลไปที่ว่างให้ วัลคอตต์ วิ่งแซงมารับบอลหลุดเดี่ยวแล้วซัดด้วยขวาที่มุมแคบเป็นประตู ทำให้ทีมเยือนเป็นฝ่ายได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 2-0

   ต่อมาในนาทีที่ 61 เจ้าถิ่นก็ต้องเหลือผู้เล่น 10 คนในสนามเท่ากับทีมเยือน จากจังหวะที่ทางเอฟเวอร์ตันกำลังจะสวนกลับ วัลคอตต์ ใช้ความเร็วกระชากบอลหนีจน สมิธ ตัวสุดท้ายของทีมเจ้าถิ่นต้องเหนี่ยวแขนไว้ ทำให้ได้รับใบแดงโดยตรงออกจากสนามไป

   หลังจากที่เหลือผู้เล่นในสนามเท่ากันก็ดูเหมือนว่าเกมของทีมเยือนจะดูดีขึ้นเรื่อยๆจนมาได้ประตูที่สองในนาทีที่ 66 บอลเริ่มจากลูกตั้งเตะแต่ถูกสกัดมาเข้าทางทีมเยือนอีกครั้งซิเกิร์ดส์สัน โยนบอลโค้งมาหน้ากรอบเขตโทษให้ คีน โหม่งกดลงพื้นบอลเด้งเข้าประตูไป เอฟเวอร์ตัน นำห่างเป็น 2-0 เล่นไปเล่นมาใช่ว่าเจ้าถิ่นจะยอมง่ายๆเพราะหลังจากนั้นไม่นานเพียง 10 นาทีเท่านั้น

   บอร์นมัธก็ได้ประตูตีไข่แตกไล่มาเป็น 2-1 ในนาทีที่ 75 จากลูกจุดโทษที่ เบนส์ ไปเล่นโฉ่งฉ่างชนใส่ วิลสัน ลัมลงในเขตโทษ และเป็น คิง ที่สังหารเข้าประตูไป ถัดมาอีกเพียงแค่ 4 นาทีเท่านั้น

   ทีมเยือนก็แทบจะช็อคตาตั้งเมื่อเจ้าถิ่นทาได้ประตูตีเสมอสำเร็จในนาทีที่ 79 จากลูกเตะมุมฝั่งขวา เฟรเซอร์ เปิดบอลไปให้กับ วิลสัน โฉบมาโหม่งบอลไปชนเสาไกลเด้งมาเข้าทาง อาเก้ ยิงซ้ำเข้าไปไม่มีเหลือ บอร์นมัธไล่ตามตีเสมอสำเร็จ 2-2 จบเกม บอร์นมัธเปิดบ้านไล่เจ๊า เอฟเวอร์ตัน ไปสุดมันส์ 2-2